[AuFicVocaloid] Ice & Sun : Page 3

posted on 04 Jun 2009 06:14 by train

Title : "Ice&Sun"

Len X KAITO

Rating : (ผมว่า) G! (อ่านได้ทุกคน)

Train's Talk : ในที่สุด!!! ก็ลองไปอีกตอนแล้ว อา...ช่วงนี้หลายๆอย่างไม่ได้เขียนต่อเท่าไหร่เลยแฮะ สงสัยจะต้องพยายามขยันบ้างซะแล้ว!!! ขอบคุณสำหรับทุกคนที่ช่วยเข้ามากันรดน้ำให้ต้นไม้แห่งรักของพวกเรานะครับ >,< เติบโตจนมีดอกเลย ปลื้มมากกกก ขอบคุณมากครับ ^^
อ่านแล้วเม้นท์ติชมจักเป็นกำลังใจให้แก่ผมเป็นอย่างมากฮะ (ติชมตามสบายน้อ~) อย่าลืมรดน้ำนะฮะ เพื่อการเติบโตของต้นไม้น้อยๆ >w

 

 

Page 3

 

"ขอน้ำหน่อย"

"อ่ะ ครับ!"

"เนคไท?"

"นี่ครับ"

"ผูกให้ด้วยสิ"

"เอ๋?"

"เดี๋ยวตัดเงินเดือนเลยนี่! บอกให้ผูกให้แค่นี้ไม่ได้เหรอไง"

"ง่ะ ครับๆ แต่ผมเคยบอกแล้วนี่นาว่าผมผูกไม่สวย..."

"ช่างมันเถอะน่ะ...นายน่ะเงียบๆแล้วผูกไป"

สวัสดีครับทุกคน ผมคามุย กาคุโปะครับ ปัจจุบันทำงานอยู่ในเครือของบริษัทคากามิเนะโปรดักชั่น ตำแหน่งเลขานุการของท่านประธาน คากามิเนะ เร็น (โดยที่ผมควบตำแหน่งบอดี้การ์ดด้วยล่ะ!)

ตอนนี้ผมกำลังยืนมองภาพเหตุการณ์ที่ผม เอ่อ คงเรียกได้ว่า เริ่มชิน? แล้วล่ะมั้งครับ.....เพราะมันเริ่มดำเนินมาได้อาทิตย์กว่าแล้ว หลังจากวันที่คุณเร็นรับไคโตะเข้ามาทำงาน และให้มาอาศัยอยู่ที่บ้านของเขา

ภาพเหตุการณ์เอาแต่ใจของท่านประธานที่แสนเคร่งขรึมเมื่ออยู่ต่อหน้าพนักงานในบริษัท รวมไปถึงผู้บริหารซึ่งอาวุโสกว่าหลายคน ภาพของเจ้านายผู้อ่อนวัยกว่าของผมเอ่ยปากสั่งอย่างไม่เกรงใจลูกจ้างซึ่งอายุมากกว่าถึง 5 ปี (แถมยังไม่สุภาพอีกต่างหาก เรียกชื่อไคโตะๆหน้าตาเฉย) แถมฝ่ายลูกจ้างดันดูอ่อนข้อยอมไปเสียทุกอย่าง สั่งอะไรก็วิ่งวุ่นทำไปหมด

จนผมอดคิดเงียบๆคนเดียวไม่ได้ว่า สองคนนี้เค้าลืมไปแล้วรึเปล่านะว่า จ้างมาในตำแหน่ง 'พ่อครัว' น่ะ....

"กาคุโปะ รถเตรียมเรียบร้อยแล้วใช่ไหม"

จู่ๆเสียงของเจ้านายก็ดังขึ้นจนผมแทบสะดุ้ง แต่ต้องพยายามทำตัวเคร่งขรึมเข้าไว้ แม้ผมอยากจะหัวเราะกับท่าทางที่เปลี่ยนไปจากเมื่อกี้แบบหน้ามือเป็นหลังมือของคุณเร็นก็ตาม จากตอนแรกสีหน้ายังแสดงความรู้สึก(ที่ผมคิดว่าเป็นความสนุกจากการได้แกล้งพ่อครัวคนใหม่เสียมากกว่า) ตอนนี้กลับมาตีหน้าเรียบเฉยราวรูปสลักน้ำแข็งอีกแล้ว...

คิดแล้วผมก็หนักใจและเป็นห่วงคุณเร็นนะครับ น่าสงสารจริงๆที่ต้องมาแบกรับภาระไว้บนบ่ามากมายขนาดนี้ทั้งๆที่ยังวัยรุ่นอยู่แท้ๆ แต่กลับไม่สามารถใช้ชีวิตปกติอย่างวัยรุ่นคนอื่นทั่วไปได้.........

"เรียบร้อยแล้วครับคุณเร็น"

"อืม งั้นก็ดีเดี๋ยวผมไปหยิบกระเป๋าเอกสารก่อนแล้วจะตามไปที่รถ นายไปก่อนเลยแล้วกัน  เฮ้ ไคโตะพร้อมรึยังจะไปที่บริษัทกันแล้วนะ"

เขาว่าพลางขยับเนคไทที่ดูบูดๆเบี้ยวๆก่อนจะหันหน้าไปพูดประโยคด้านหลังกับคนที่เป็นผู้ผูกเนคไทเส้นนั้นให้ เจ้าตัวดูจะสะดุ้งน้อยๆก่อนจะเผยรอยยิ้มแหยๆออกมา

"เอ่อ คือว่า วันนี้ผมไม่ไปได้ไหมครับ....พอดีมีธุระต้องไปทำน่ะครับ"

ดวงตาสีน้ำเงินที่ออกจะกลมโตนั้นช้อนมองคุณเร็นอย่างหวาดๆ

"ธุระอะไร?"

เจ้านายของผมชะงักไปกับคำปฏิเสธของอีกฝ่าย และนั่นก็ทำให้ผมซึ่งทำท่าจะเดินหลบฉากออกไปต้องหันกลับมามอง เนื่องจากตั้งแต่เข้ามาทำงานรับใช้คุณเร็น ไคโตะยังไม่เคยเอ่ยขัดคำพูดของเจ้านายจอมเอาแต่ใจของผมคนนี้เลยแม้แต่น้อย นั่นล่ะ คือสิ่งที่ทำให้ผมประหลาดใจ

"เอ้อ คือว่าธุระสำคัญน่ะครับ เป็นธุระส่วนตัว....."

ไคโตะอ้ำๆอึ้งๆไปเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูจะเย็นชาขึ้นทุกทีของคุณเร็น แม้สีหน้าจะดูหวาดหลัวเท่าไหร่แต่กลับไม่ยอมบอกว่าไปทำธุระที่ไหน อืม...แบบนี้น่าสงสัยแฮะ

"งั้นเหรอ....ธุระส่วนตัว.....สินะ...."

เสียงเรียบๆเอ่ยขึ้นจากริมฝีปากบางของคุณเร็น

"งั้นก็เชิญนายไปเถอะ"

แม้จะน้ำเสียงธรรมดาแต่ผมกลับรู้สึกราวกับมีความน้อยใจปะปนอยู่ในคำพูดนั้น และทันทีที่พูดจบท่านประธานก็หันตัวเดินตรงดิ่งไปยังกระเป๋าเอกสารทันทีโดยไม่แม้แต่จะเหลียวมองใบหน้าที่แสดงความลำบากใจของคู่สนทนาเจ้าของเส้นผมสีน้ำเงินเลยแม้แต่น้อย

ผมได้แต่ใช้ดวงตาสีม่วงเข้มของตนเองมองกลับไปมาทั้งคู่แล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ดูท่าวันนี้ผมคงจะต้องผจญกับพายุคนเดียวแล้วสิ...
คิดได้แค่นั้นก็ต้องรีบสาวเท้าก้าวยาวๆไปยังรถยนต์สีขาวไข่มุกซึ่งเป็นพาหนะประจำตำแหน่งของท่านประธานทันทีที่ได้ยินประโยคคำสั่ง

"ผมจะไปทำงานแล้วกาคุโปะ รีบๆไปกันสักที"

เมื่อมานั่งอยู่บนรถข้างๆกับคุณเร็นแล้วถึงนึกได้ว่า...จะว่าไป....นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นคุณเร็นแสดงอารมณ์อย่างชัดเจนขนาดนี้ เจ้านายของผมเริ่มแสดงอารมณ์มากขึ้นตั้งแต่ไคโตะมาอยู่ด้วยหรือจะเรียกว่าเปิดเผยตัวตนมากขึ้นก็ได้ละนะ  ทั้งมุมเอาแต่ใจ มุมเจ้าเล่ห์(โดยเฉพาะเวลาเขาแกล้งไคโตะ) และสุดท้าย มุมที่ดูขี้ใจน้อยอย่างเมื่อกี้

เอาเถอะ ถ้าอย่างนั้นผมจะถือว่าเงินที่เสียไปกับการจ้างไคโตะมีค่ามากแล้วกัน สำหรับการเยียวยาบาดแผลในใจของคุณเร็น ถ้ามันจะทำให้เขากลับมาเปิดใจได้อีก ผมก็ว่ามันคุ้มค่ามาก.......!
 
ยังไงซะ เด็กก็ควรเป็นเด็ก มีความสุขให้สมวัยใช่ไหมครับคุณผู้อ่าน?

..................................
.......................
.........
....
..


"นี่มันหมายความว่ายังไงกัน!!!"

เอกสารปึกนึงถูกโยนลงมาบนโต๊ะของท่านประธานแห่งคากามิเนะกรุ๊ป เด็กหนุ่มซึ่งชะงักงันไปตั้งแต่ถูกกลุ่มผู้บริหารซึ่งล้วนแต่อาวุโสกว่าเขาทั้งสิ้นบุกรุกเข้ามาในห้อง เร็นเงยหน้าขึ้นพลางใช้ดวงตาสีฟ้าอมเขียวไล่สำรวจใบหน้าของทั้ง 6 คนซึ่งฉายแววขัดเคืองอยู่มาก เด็กหนุ่มตัดสินใจขยับมือไปหยิบเอกสารปึกนั้นขึ้นมาอ่าน ดวงตาภายใต้กรอบแว่นสีเข้มนั้นไล่อ่านข้อมูลที่อยู่บนกระดาษนั้น

ในเวลาไม่ช้านิ้วเรียวก็ขยับวางเอกสารนั้นลงบนโต๊ะก่อนจะเอ่ยอย่างเรียบๆ

"ดูเหมือนเดือนนี้ยอดขายของบริษัทเราจะตกลงนะครับ"

"ดูเหมือน? คุณใช้คำว่าดูเหมือนงั้นเหรอ!? ทั้งๆที่ยอดขายผลิตภัณฑ์ด้านซอฟแวร์ตกฮวบลงมาขนาดนี้คุณยังมีแก่ใจจะใจเย็นได้อีกเหรอ คุณเร็น"

หนึ่งในเหล่าผู้บริหารซึ่งดูเหมือนจะเป็นตัวแทนปากเสียงของบุคคลที่เหลืออีกห้าคนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เรียกได้ว่าแทบจะต้องสะกดกลั้นความโกรธอย่างเต็มที่

"แต่ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและด้านอื่นๆของบริษัทเรายังคงอยู่ในขั้นที่ดีนะครับ"

ประธานเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบพลางใช้นิ้วเคาะลงบนปึกเอกสารหน้าหนึ่งซึ่งรายงานเกี่ยวกับยอดขายอื่นๆ

"มันก็ใช่ แต่คุณไม่คิดบ้างหรือว่าต่อจากนี้ไปมันมีแนวโน้มที่ยอดขายของบริษัทเราจะลดลงเพราะบริษัทคู่แข่งรายอื่นๆเริ่มผลิตซอฟแวร์ใหม่ๆรวมไปถึงผลิตภัณฑ์ด้านอื่นๆออกมาแข่งกับเราแล้ว"

"นั่นสิคะคุณเร็น ดิฉันคิดว่าสาเหตุหนึ่งที่ยอดขายซอฟแวร์ของบริษัทเราลดลงเป็นเพราะบริษัทอื่นเพิ่งจะนำซอฟแวร์ตัวใหม่ออกมาตีตลาดด้วย"

เหล่าผู้บริหารที่เหลือต่างออกมาตีโต้คำพูดของเด็กหนุ่มอย่างไม่ลดละ ทำให้เขาได้แต่นิ่งเงียบครุ่นคิดแต่ยังไม่ทันจะได้กล่าวอะไรต่อก็โดนยื่นคำขาดออกมาซึ่งแทบจะทำให้เขาต้องสะอึก

"พวกผมก็ไม่ทราบหรอกนะครับว่าในสมองอันชาญฉลาดของคุณได้เตรียมแผนรับมืออะไรไว้หรือไม่ แต่พวกผมตัดสินใจแล้วว่าจะรอดูยอดขายในเดือนต่อๆไป ถ้าหากมันมีแนวโน้มที่จะตกต่ำมากไปกว่านี้ พวกผมคงจะต้องขอถอนหุ้น หวังว่าคุณจะเข้าใจนะครับคุณเร็น"

สิ้นคำกลุ่มคนทั้งหกก็หันหลังและเดินออกจากห้องไป กาคุโปะที่ยืนเงียบตั้งแต่ต้นจนจบเหตุการณ์ตวัดสายตากลับมามองเจ้านายของตนเองซึ่งยังคงนั่งฝังตัวอยู่ในเก้าอี้ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

แม้พวกผู้ใหญ่พวกนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นผู้บริหาร แต่ความจริงแล้วคนที่คอยคิดและบริหารจริงๆคือเขาเสียมากกว่า การประชุมผู้บริหารนั้นส่วนมากจะทำเพียงแค่ยื่นเรื่องเข้าที่ประชุมลงมติเพื่อดำเนินการเป็นขั้นตอนเท่านั้น และรายงานสภาพการดำเนินงานต่างๆให้แก่ผู้บริหารผู้ถือหุ้นให้ได้รับรู้เป็นระยะ  การเสนอแนะความคิดเห็นนั้นผู้บริหารทุกคนล้วนทำได้เพียงแต่ว่า.....

เมื่อท่านประธานของบริษัทใหญ่ยักษ์เป็นเพียงเด็กหนุ่มอัจฉริยะวัยเพียง 19 ปี แถมยังได้ขึ้นมานั่งครองตำแหน่งประธานโดยไม่ต้องเหนื่อยยากอะไรสักนิด ก็เป็นธรรมดาที่จะต้องถูกทดสอบ ด้วยคนอื่นๆคงอยากเห็นสภาพเขาที่ดูตกต่ำน่าสมเพชคลานเข้าไปขอร้องความเห็นใจจากคนอื่นละมั้ง? ทำให้แทบไม่มีใครในเวลาประชุมเสนอแนวทางการดำเนินงานเลย

คิดได้ดังนั้นเร็นก็หัวเราะเสียงขึ้นจมูกน้อยๆคล้ายเยาะเย้ยตนเองที่มีศัตรูรอบด้าน คิ้วเรียวได้รูปของเร็นขมวดเข้าหากัน นัยน์ตาฉายแววคมปลาบก่อนจะเอ่ยออกมาช้าๆ

"เรียกตัวคุณซาซากิมาพบผมเดี๋ยวนี้"

..................................
.......................
.........
....
..


"อ๊ะ ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับคุณเร็น"

ชายหนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนสีฟ้าอ่อนเดินออกมาต้อนรับเจ้านายผู้อ่อนวัยกว่าพร้อมรอยยิ้มอันเป็นเอกลักษณ์ประจำตัว

เด็กหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเหลือบนัยน์ตาสีฟ้าอมเขียวไปมองรอยยิ้มนั้นก่อนจะตอบรับสั้นๆ

"อืม"

กาคุโปะที่เดินตามเข้ามาทีหลังพร้อมกระเป๋าเอกสารมองภาพนั้นก่อนจะถอนหายใจน้อยๆ หวังว่าพ่อครัวคนนี้จะทำให้ท่านประธานอารมณ์ดีขึ้นได้บ้างนะ จากนั้นร่างสูงของเลขานุการก็โค้งตัวลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยกับเจ้านายว่า

"ผมขอตัวไปเก็บของก่อนนะครับคุณเร็น"

ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากปลายทาง มีเพียงอาการพยักหน้าน้อยๆเท่านั้นเป็นเชิงรับรู้ ชายหนุ่มผมยาวสีม่วงเข้มจึงหลบฉากเดินจากไปทันที

"วันนี้ผมทำปลาหิมะย่างซีอิ้ว เสริฟพร้อมซุปมิโสะ และข้าวสวยร้อนๆไว้ให้แล้วนะครับ คุณเร็นหิวหรือยังครับ ผมจะไปจัดโต๊ะเตรียมไว้ให้"

เมื่อเหลือกันอยู่แค่สองคนไคโตะจึงเอ่ยชวนคุยขึ้น แต่อีกฝ่ายกลับทำเพียงถอดเสื้อสูทแล้วโยนมาให้เขาถือแทน จากนั้นจึงขยับคลายเนคไทออกให้สบายตัวมากขึ้น

"อ่ะ เอ่อ คุณเร็นครับ..."

ชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีน้ำเงินเข้ม ใช้ดวงตาสีเดียวกันมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยเข้าใจเมื่อจู่ๆก็ถูกคนที่วันนี้ดูแปลกไป(นิ่งเงียบผิดปกติ)คว้าข้อมือลากให้เดินตามไปอย่างกะทันหัน

เพียงไม่นานเขาก็ได้รู้ถึงจุดหมายปลายทาง มันคือห้องสมุดซึ่งถือเป็นสถานที่ส่วนตัวของเร็นเลยก็ว่าได้ เพราะเจ้านายเขามักไม่ชอบให้ใครเข้ามายุ่มย่ามภายในห้องนี้สักเท่าไหร่นัก

พอมาถึงไคโตะก็ถูกจัดท่าให้นั่งบนโซฟาตัวยาวภายในห้องก่อนร่างของเด็กหนุ่มซึ่งสูงกว่าเขาไปแล้วก็เอนตัวลงมานอนหนุนตักเขาเสียอย่างดื้อๆ แขนขาวเรียวยาวถูกยกขึ้นมาปิดใบหน้า เหลือให้เห็นแต่เพียงเส้นผมสีเหลืองหม่นซึ่งปกคลุมศีรษะได้รูปและริมฝีปากบางซึ่งเม้มเป็นเส้นตรงเท่านั้น

"เครียดเรื่องที่บริษัทมางั้นเหรอครับ?"

หลังจากปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างเงียบงันมาได้พักนึง พ่อครัวส่วนตัวก็เอ่ยถามออกมา พลางมือบอบบางของเจ้าตัวก็ขยับเอื้อมไปซุกซนเล่นเส้นผมสีเหลืองหม่นอันแสนอ่อนนุ่มของอีกฝ่าย

"อืม..."

เร็นขยับแขนออกจากใบหน้าพลางสบสายตากับนัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มอันแสนอบอุ่นซึ่งกำลังมองลงมาพร้อมรอยยิ้มเช่นเคย เส้นผมสีเดียวกับดวงตานั้นตกลงมาปรกหน้าเล็กน้อยเป็นเพราะอีกฝ่ายก้มหน้าลงมามองเขาซึ่งนอนหนุนตักอยู่

"งั้นหรอกเหรอครับ ขอโทษนะครับที่ผมให้คำแนะนำเรื่องพวกนี้กับคุณเร็นคงไม่ได้..."

ปลายเสียงของประโยคดูจะแผ่วลงคล้ายเสียใจพร้อมกับมือที่หยุดซุกซนเลิกเล่นเส้นผมของเจ้านายไปโดยปริยาย  เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าอมเขียวได้ยินดังนั้นจึงขยับยกนิ้วเรียวขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของอีกฝ่ายพลางไล้นิ้วอย่างแผ่วเบาไปบนริมฝีปากบางที่เอ่ยประโยคเมื่อครู่

"นายน่ะอยู่เฉยๆ แล้วอยู่เคียงข้างชั้นเท่านั้นก็พอแล้วละ..."

จบประโยค เจ้านายผู้แสนเจ้าเล่ห์ก็ขยับกวาดรอยยิ้มขึ้นที่มุมปากเมื่อเห็นใบหน้าขาวๆของชายหนุ่มขึ้นสีจัดจากนั้นจึงผละมือออกมาจากใบหน้านั้น แล้วเอ่ยต่อไปว่า

"แต่นายก็มีสิ่งที่สามารถจะทำให้ชั้นรู้สึกดีขึ้นได้นะไคโตะ"

"เอ๋? อะไรเหรอครับ?"

อีกฝ่ายเอียงหน้าถามเขาอย่างงุนงง เด็กหนุ่มจึงกล่าวประโยคต่อไป

"นายช่วยร้องเพลงให้กำลังใจชั้นสักเพลงสิ"

ในวูบแรกเขาเห็นไคโตะอ้าปากค้างกับคำขอของเขา แล้วจึงถามกลับมาแบบงุนงงกว่าเดิม

"จะดีเหรอครับคุณเร็น?"

"เถอะน่า หรือนายจะขัดคำสั่งเจ้านายห๊ะ!"

เร็นตอบกลับไปอย่างไม่วายเอ่ยแกล้งอีกฝ่าย ทำให้พ่อครัว(ซึ่งตอนนี้กำลังจะผันตัวมาเป็นนักร้อง)ส่วนตัวต้องทำท่าลนลาน "งั้นก็เพลงนี้แล้วกันนะครับ!"



'จะดีเหรอ' งั้นเหรอไคโตะ.....?
นายไม่รู้หรอกว่า...เสียงเพลงและกำลังใจจากนายน่ะ....
มันยิ่งกว่าดีเสียอีก..........!

ศีรษะของคนที่คิดในใจอยู่เงียบๆคนเดียวยังคงหนุนอยู่บนตักนุ่มเช่นเดิม นัยน์ตาสีฟ้าอมเขียวค่อยๆหลับตาพริ้มลงเมื่อได้ฟังเสียงร้องเพลงของอีกฝ่าย พร้อมรอยยิ้มที่ถูกกวาดกว้างขึ้นบนใบหน้า เป็นรอยยิ้มซึ่งยากจะให้คนอื่นได้เห็น

 

 

TBC.

edit @ 4 Jun 2009 06:20:31 by Train

edit @ 4 Jun 2009 07:38:54 by Train

Comment

Comment:

Tweet

หวานนนน
หวานกันจริืงจังcry

#2 By -:Lilit:- on 2010-04-15 00:41

อั๊กกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

เร็นคุงนี่มัน

ได้ใจจริงๆ

ทำไมตอนลากเข้าห้องสมุด ไคโตะไม่โดนจับกดน้าาาาา

>W<

รดน้ำๆๆ

#1 By BassYoncE on 2009-06-04 10:20